Reading
3
Comments
เฮ้ยยยแกรรร วันนี้มาเป็นภาษาไทยอะ เพราะเรื่องที่จะเขียนวันนี้บอกเลยว่าอินเนอร์มาเต็มมากๆ กลัวจะถ่ายทอดออกมาได้ไม่เต็มที่ เกริ่นซะขนาดนี้ มันจะเป็นเรื่องอื่นไปไม่ได้เลยนอกจาก... เรื่องผู้โดยสารนั่นเองจ้าาาาาา (หึหึ สึด..) ก่อนจะเริ่มเราอยากอธิบายไว้ตรงนี้ก่อนว่า โพสนี้ไม่ได้เขียนมาเพื่อด่าผู้โดยสารหรืออะไรทั้งสิ้น เหมือนเขียนสนุกๆเล่าเรื่องให้ฟังมากกว่าเนอะ
การเป็นแอร์เนี่ย เบื้องหน้ามันแบบเฮ้ยยชีวิตดีย์อะ ได้เที่ยวนู่นเที่ยวนี่บ่อยๆ โชคดีสุด แต่พวกแกลืมไปว่าก่อนจะได้ไปเที่ยวอะ บนเครื่องเจออะไรมาบ้าง 555 คือแกเอ้ยยยยย เล่าได้เป็นวันๆ ก่อนมาทำงานนี้เราจัดว่าตัวเราเป็นคนที่ความอดทนก็ไม่ได้เยอะนะ เยอะกว่าเมื่อก่อนแต่ก็ไม่ได้เยอะมากอยู่ดี พอมาทำงานนี้เท่านั้นแหละ...
แทบไม่เหลือ
555555555 มันเป็นงานที่ฝึกความอดทนมากกกจริงๆเว่ย (แล้วทำไมน้อยลง) เกิดมายังไม่เคยต้องมายอมใครขนาดนี้ คือถ้าแกไม่มีใจรักบริการ แกทำไม่ได้เลยอะ นี่ยังดีที่ถึงจะโมโหในใจแค่ไหนแต่พอเจออะไรที่ดีๆหลังจากนั้นก็จะหายเร็ว เพราะในแต่ละไฟลท์ก็จะมีคนมากมายหลายแบบปนๆกันไป คนเราร้อยพ่อพันแม่อะเนอะ โดนเลี้ยงมาหรือโตมาในที่ๆต่างกัน ทำงานอาชีพนี้ต้องระลึกไว้ในใจเสมอว่า culture มันต่างกันมากจริงๆ บางอย่างที่คนชาตินี้ทำ จากมุมเราอาจจะดูว่าโห ทำไปได้ไงวะ โคตรไม่มีมารยาท ทั้งๆที่จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องที่ปกติในชาติของเค้า หรือยกตัวอย่างง่ายๆ เพื่อนเราเคยบอกเราว่าชาตินึงเวลาขอน้ำเค้าจะพูดว่า "I need water" อะ แค่นี้ในภาษาอังกฤษก็อาจจะฟังดูไม่สุภาพได้แล้ว เหมือนมาสั่งว่าจะเอาน้ำใช่ปะล่ะ แต่เพื่อนบอกว่าที่เค้าพูดออกมาแบบนั้นเป็นเพราะในภาษาของเค้าเองประโยคนี้มันสุภาพแล้ว แต่พอแปลตรงตัวออกมาในภาษาอังกฤษมันก็เป็นอย่างที่เห็น หลังจากนั้นเราเลยเข้าใจมากขึ้นแล้วก็ไม่ค่อยmindเรื่องนี้เท่าไหร่
เวิ่นมานาน มาเข้าประเด็นกันดีกว่า เราจะมาเล่าให้ฟังว่าเวลาเดินทางบนเครื่องเนี่ย ทุกคนสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อที่จะช่วยให้งานของพวกเราง่ายขึ้น (อ้างอิงตามสายการบินที่เราทำอยู่) เราคิดว่าหลายๆคนคงไม่ได้ตระหนักว่าเรื่องเล็กๆน้อยๆพวกนี้บางทีมันก็ช่วยพวกเราได้มากๆ จะมีอะไรบ้างไปดูกันเล้ยยยยยยยย
1. ยกกระเป๋าเอง
แอร์สจ๊วตไม่มีหน้าที่ยกกระเป๋าให้ผู้โดยสาร ห้ะะะะ อะไรนะะะะ (เสียงช็อคของหลายๆคน) เรื่องจริงแก ยกเว้นกรณีของผู้โดยสารกับเด็ก ผู้โดยสารตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการเท่านั้น เรามั่นใจว่ามากกว่า50%ของคนที่เดินทางโดยเครื่องบินไม่รู้เรื่องนี้ หลายๆคนคาดหวังว่าพวกเรา โดยเฉพาะสจ๊วต ต้องช่วยหรือยกกระเป๋าให้ผู้โดยสาร ลองคิดดูว่าถ้าพวกเราต้องยกกระเป๋าให้ทุกคน A380 ลำนึงมีผู้โดยสาร 400+ คน หลังชั้นจะเป็นยังไงล่ะแกร ถ้าจะบอกว่า ก็กระเป๋าหนักอะ ช่วยหน่อย เรามีคติว่า "If you can pack it, you can lift it" เข้าใจตรงกันนะแกกก ถ้ามันจำเป็นจริงๆแกก็โหลดสิเหวยยย รอกระเป๋าแปปเดียวไม่เจ็บปวดเท่ายกกระเป๋าให้คนสี่ร้อยคนเนอะ
2. รัดเข็มขัด ปรับพนักพิงที่นั่ง เก็บโต๊ะ เปิดหน้าต่าง ในเวลาที่จำเป็นต้องทำ
อันนี้เป็นเรื่องง่ายๆที่ไม่ว่าจะกี่ไฟลท์ก็ยังต้องไฟท์กับผู้โดยสาร บางคนขนาดบินบ่อยแล้วยังไม่ทำ อันนี้ก็ไม่เข้าใจ T^T ทุกครั้งที่จะ take off หรือ landing ก็จะมีวิดีโอให้ดูตลอด แล้ววิดีโอก็บอกชัดเจนว่าให้ทำงี้ๆๆนะ สุดท้ายก็ต้องบอกทุกคนอยู่ดี ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะความปลอดภัยของผู้โดยสารเองทั้งนั้น ไม่ใช่บังคับเพราะพอเห็นแกทำตามแล้วชั้นรู้สึกชนะ โนว ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นทำตามกฏกันเถอะแก อย่าขัดขืนเลย นาจาาาาา
3. คิดไว้เลยว่าจะกินอะไร
ง่ายอีกละ แต่ทำไมตัดสินใจนาน 5555 สายการบินส่วนมากมีแจกเมนูตั้งแต่ก่อนเครื่องขึ้นอีกนะ ถามว่ามีเมนูทำไม มีไว้ให้เลือกว่าจะกินอะไรไงแกกก จะได้ประหยัดเวลาทำเซอวิสเนอะะะ ตัวเลือกก็มีอยู่สองอย่างนั้นแหละแก ดีเทลก็มี แต่ทุกครั้งที่เข็นคาร์ทมาแล้วชั้นถามว่า chicken or beef? แกก็จะถอดหูฟังออกแล้วหันมาถามชั้นว่า What do you have? .................. แล้วชั้นก็เห็นว่าเมนูที่ชั้นแจกเองกับมือมันเสียบอยู่ตรงนั้น ถามชั้นสิว่าชั้นเจ็บใจมั้ย อ่านเมนูแล้วตัดสินใจล่วงหน้ากันเถ้ออออเพื่อนๆ ผู้โดยสารบางคนพอเห็นคาร์ทอาหารเข็นออกมาจากแกลลี่นี่ก็ตื่นเต้น หยุดทุกสิ่งที่อย่าง ถอดหูฟังท่องจำเมนูตั้งหน้าตั้งตารอกินมาก ใช่ เราอยากให้ทุกคนเป็นแบบนั้น เพราะมันประหยัดเวลาได้เยอะมาก เซอวิสนึงปกติก็เกือบสองชั่วโมงแล้วนะ ลองคิดดูว่าถ้าเราต้องรอแกตัดสินใจอีกคนละ1นาที ฟังดูไม่เยอะ แต่คูณ400เข้าไป โอ้โห จบเซอวิสเครื่องแลนด์พอดี พูดตามชั้น จากวันนี้ไปชั้นจะอ่านเมนูและตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะกินอะไร เย่
4. พยายามนั่งอยู่กับที่ระหว่างเซอร์วิส
คือเดินได้ แต่มันจะเสียเวลามากถ้าต้องเดินผ่านคาร์ทที่กำลังเสิร์ฟอยู่ เพราะคาร์ทนึงก็เต็มทางเดินแล้ว ถ้ามีคนจะผ่านทีนึงก็ต้องเข็นไปมาให้คนผ่านเรื่อยๆ มันค่อนข้างเสียเวลา ถ้าเลี่ยงได้เลี่ยง แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆก็เดินได้จาาาาา
5. ทำถาดอาหารให้แบนที่สุดเท่าที่จะทำได้
คาร์ทอาหารบนเครื่องเนี่ย ข้างในจะเป็นถาดหลายๆอันซ้อนกันอยู่เป็นชั้นๆ อยู่ในsection ของมัน ทุกอย่างบนถาดจะถูดจัดเรียงมาอย่างดีเพื่อที่เวลาเราดึงออกมาเสิร์ฟมันจะได้ง่าย แต่เมื่อเราวางอาหารร้อนไปบนถาดแล้ว พื้นที่ที่จะวางของแต่ละอย่างก็จะจำกัดขึ้น บวกกับการที่คนเอานู่นเอานี่มาซ้อนกัน และขยะขยุกขยุยกันอยู่บนถาด ยิ่งไปกันใหญ่ แล้วเวลาที่เรามาเก็บถาด แกอาจจะไม่รู้แต่เราต้องยัดมันกลับไปที่เดิมที่เราเอาถาดนั้นออกมา แต่ถามว่าถาดที่ได้กลับมามันเหมือนเดิมไม่ ม่ายยยยยยยยยย หลายคนอาจจะนึกภาพไม่ออก ภาพประกอบ มาค่ะ!
ดูจากความสูงของสิ่งของบนถาดอาหารกับช่องที่ชั้นต้องยัดมันกลับเข้าไปนั้น..... มิชชั่นอิมพอสสิเบิ้ลมากๆ บางคนเรียงไม่เรียบร้อยไม่เท่าไหร่ เรื่องปกติ แต่บางคนพี่แกเล่นเอาสองสามถาดมาซ้อนกันเว้ยแกรรรรรร้ คือเอาถาดเล็กๆของแต่ละถาดมาซ้อนกันนนนนนนนนน คือเค้าหวังดีนะเราเข้าใจ แต่มันไม่ช่ายยยยยยยยยย ถาดพี่จะสูงเท่า burj khalifa อยู่แล้วอะ T^T ไม่เอานะแก แบบนี้ไม่เอา ถ้าขอได้เราเลยอยากจะขอให้เรียงทุกอย่างบนถาดให้แบนๆเนอะ จะได้ยัดเข้าง่ายๆ อันนี้อาจจะขอมากไป เข้าใจ แต่ถ้าทำได้จะดีมากๆ เป็นผู้โดยสารดีเด่น
6. ใจเย็นๆ
เข้าใจว่าเวลาแกอยากให้เรารีบเคลียถาดจะได้เก็บโต๊ะแล้วจะได้นั่งแบบสบายๆ เข้าใจจจจ แต่อดทนหน่อยนาาาาาาา บางทีนี่เคลียอยู่แถวนึง เจ๊ที่นั่งอยู่สี่แถวถัดไปยื่นถาดมาให้ละ เจ๊รอหนูก่อน เดี๋ยวก็ถึงเจ๊แล้วไง T T
7. ถ้าจะดื่มชากาแฟ เก็บถ้วยไว้ก่อน
คือบนถาดจะมีถ้วยชากาแฟใช่ปะ มันไว้สำหรับเวลาที่ clearance cart มาพร้อมกับชากาแฟ เพราะฉะนั้นถ้าอยากดื่ม เวลาที่มีคนมาเอาถาดเราไปให้เราเก็บถ้วยไว้ เพราะถ้าเราเก็บถาดไปแล้วแล้วแกไม่ได้เอาถ้วยไว้ บางทีถ้วยบนคาร์ทเราก็ไม่พอ อย่างสายการบินเรา มีถ้วยเผื่อไว้บนคาร์ทสามถ้วยเอง อันนี้บางคนก็ไม่รู้และลืม เลยบอกไว้เนอะ
8. ใส่นม/น้ำตาลมั้ย บอกมาเลย
เวลาเราถามแกว่าแกรับชากาแฟมั้ยค่ะ บอกมาเลย ขอชาใส่นมกับน้ำตาลค่ะ หรือ ขอกาแฟดำ น้ำตาลสองค่ะ อะไรก็ว่าไปปปป เพราะบางทีการถามทุกคนด้วยประโยคซ้ำไปซ้ำมาก็แอบเหนื่อย บางคนวางถ้วยมาให้แต่ไม่บอกจะดื่มอะไร ฮ้าาาาาาาา แล้วชั้นจะรู้ได้ไงว่าแกอยากดื่มอะไรอะะ แกบอกชั้นเสะะะ บอกกกมาาาาา นาจาาาา
9. เวลาอยากได้อะไรเดินมาหาเราบ้างก็ได้
บางทีเวลาที่กดคอลเบล พวกเราก็ยุ่งกับอย่างอื่นมากๆจนแทบจะไม่มีเวลาเดินไปตอบเลย ถ้าอยากได้อะไรแล้วไม่เหลือบ่ากว่าแรง เดินมาขอพวกเราที่แกลลี่เลย ได้โดยที่ไม่ต้องรอ + พวกเราจะรักคุณมากๆเลยค่า แต่ว่าถ้านั่งที่ติดหน้าต่าง หรือนั่งตรงกลางที่เดินออกมาลำบากก็เข้าใจ แค่ขอในกรณีที่เดินมาได้ก็พอ
10. ขอผ้าห่มกับหูฟังให้ชั้นเถอะ
สายการบินเราเวลาก่อนจะแลนด์ จะมีการเก็บผ้าห่มกับหูฟังที่ใช้แล้ว (ถ้าเป็นไฟลท์เข้าดูไบจะเก็บที่ไม่ได้ใช้ด้วย) ที่เราทำแบบนี้ เพราะจะได้ประหยัดเวลาการเคลียร์แคบินแล้วจะได้ลงจากเครื่องไวๆ ยิ่งเราเก็บจากทุกคนได้เยอะเท่าไหร่ จะทำให้งานของเราง่ายขึ้นมากเท่านั้น แต่ถ้าจะไม่ให้ก็ได้ เรื่องนี้เราเข้าใจว่าบางทีก็อยากดูหนังจนจบเรื่องจนเครื่องแลนด์ หรือบางคนก็หนาวมากๆ ต้องใช้ผ้าห่ม แต่ว่าถ้าขอได้ก็ให้เราเถอะน้าาาาา
11. ยิ้มกับเราหน่อย
แกไม่รู้หรอกว่าแค่เวลาที่ผู้โดยสารยิ้ม หรือ แค่พูดคำว่าขอบคุณนิดเดียว มันทำให้เรามีกำลังใจทำงานมากแค่ไหน แค่ได้รู้สึกว่าเค้า appreciate สิ่งที่เราทำให้เค้า แค่นี้ก็ดีใจมากๆแล้ว
จบแล้ววววว การเป็นผู้โดยสารที่ดี ที่น่ารัก ในแบบฉบับของเรา ที่พูดไปทั้งหมดนี้เราไม่ได้บังคับให้ทำนะ 555 บางคนอาจจะแบบ ก็มันหน้าที่แกหนินังโง่ แกจะบ่นอะไรล่ะ! ถูก ไม่ว่าจะยังไงมันก็ยังเป็นงานของพวกเราอยู่ดี แล้วเราก็เต็มใจทำให้ เพียงแต่ถ้าเราได้ความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆจากทุกคน งานเราก็จะง่ายขึ้นมากๆ และอาจจะทำให้พวกเราอารมณ์ดีขึ้นมากๆด้วย 55555 หลังจากอ่านโพสนี้ไปเรามาเป็นผู้โดยสารที่น่ารักกันเถอะนะ เฮ้!
เจอกันโพสหน้าน้าาาาา จู๊บบบบบบ xx


3 Comments
ชอบมากกกก อ่านสนุก (อ่านไปก็ขำไป) แถมยังได้ความรู้ใหม่ๆเพิ่มอีกต่างหาก คราวหน้าเวลาขึ้นเครื่องจะนำข้อแนะนำเหล่านี้ไปปฏิบัติตามนะก๊ะ ... สู้ๆน้าาา คุณแอร์สุดสวย <3 จากวีเอง
ReplyDeleteขอบคุณน้าาาาวี ดีใจจัง อิอิ <3
Deleteงุงิ ลิด้าเป็นผู้โดยสารที่จิตใจงดงามนะ
ReplyDeleteไม่เคยสร้างปัญหาเลย